|
การประชุมการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวง |
เรื่อง การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงในยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกัน โดยได้รับเกียรติจาก นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และให้นโยบายเกี่ยวกับการบูรณาการการทำงานที่มีเป้าหมายร่วมกัน และได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของชาติว่า มักมีหลากหลายหน่วยงานร่วมกันรับผิดชอบ ทำให้งบประมาณมีความกระจัดกระจาย ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญในการจัดประชุมการบูรณาการการทำงานร่วมกันฯ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาบูรณาการการทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ กล่าวคือ ต้นน้ำ คือ การวางแผนการทำงานร่วมกัน ส่วนปลายน้ำ คือ ผลของการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมี ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องมิราเคิล แกรนด์ เอ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น
การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงในยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกัน (Joint KPIs)นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการกำหนดเป้าหมายและแผนปฏิบัติการร่วมกันในภาพรวม ระดับประเทศและระดับกระทรวง และเป็นทิศทางการปฏิบัติงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวงกับผู้มีส่วนได้ส่วน เสียทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการถ่ายทอดเป้าหมายลงสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างมีบูรณาการระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และบรรลุตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ร่วมกัน
สำนักงาน ก.พ.ร. โดยความร่วมมือของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำเนินโครงการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงในยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกันใน 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ข้าวไทย ยุทธศาสตร์พลังงานผสม ยุทธศาสตร์เอดส์ และยุทธศาสตร์เยาวชนไทย ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ทางสถาบันฯ ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวงใน 2 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่
1. การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงในยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกัน ด้านสังคมในยุทธศาสตร์เอดส์ มีเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์ ดังนี้
• การติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ลดลงอย่างน้อย ร้อยละ 30 ภายในปี 2553 และ ร้อยละ 50 ภายในปี 2554
• ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์สามารถเข้าถึงการบริการทางสังคมได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
• ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์สามารถเข้ารับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ได้อย่างทั่วถึง
แนวทางการจัดทำตัวชี้วัดร่วมของยุทธศาสตร์เอดส์ มี 4 มาตรการ ประกอบด้วย
มาตรการที่ 1 การสร้างความรู้ความตระหนักและทักษะการป้องกันและประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
วิธีการ : การจัดให้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับโรคเอดส์ การสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และการสร้างค่านิยมในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
หน่วยงานร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมประชาสัมพันธ์
มาตรการที่ 2 การเข้าถึงบริการและอุปกรณ์เพื่อการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
วิธีการ : การจัดให้มีการบริการให้คำปรึกษา และการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยสมัครใจ
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มาตรการที่ 3 การป้องกันในบริการทางการแพทย์
วิธีการ : การบริหารจัดการให้ระบบบริการทางการแพทย์เป็นไปตามหลักการป้องกันแบบมาตรฐาน และพัฒนาระบบการตรวจคัดกรองโลหิตให้ได้ตามมาตรฐานสูงสุดทั่วประเทศ
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสภากาชาดไทย
มาตรการที่ 4 การบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกัน
วิธีการ : การพัฒนานโยบายแผนงาน จัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาเอดส์ การพัฒนากลไกการบริหารจัดการวาระเอดส์แห่งชาติ และการสนับสนุนหน่วยงานภาคประชาสังคมให้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ร่วมกับภาครัฐ
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วงเหลือทางกฏหมายแก่ประชาชน สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานอัยการสูงสุด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเอดส์ชาติ
2. การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงในยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกัน ด้านเศรษฐกิจในยุทธศาสตร์พลังงานผสม ได้แก่ ไบโอดีเซล และ เอทานอล มีเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์ ดังนี้
• การรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ไบโอดีเซลและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้มากขึ้น
• การสร้างเสถียรภาพของปริมาณและราคา
• การควบคุมคุณภาพให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
• การขยายพื้นที่ในการเพาะปลูกวัตถุดิบหลักอย่างปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังและอ้อย
• การวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบอื่นเพื่อใช้ในการผลิตต่อไป
แนวทางการจัดทำตัวชี้วัดร่วมของยุทธศาสตร์พลังงานผสม มี 6 มาตรการ ประกอบด้วย
มาตรการที่ 1 ด้านวัตถุดิบ
วิธีการ : การวิจัย พัฒนาและส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันสำหรับใช้ในการผลิตไบโอดีเซล การปลูกอ้อยและมันสำปะหลังสำหรับใช้ในการผลิตเอทานอล และวางแผนการผลิตวัตถุดิบของประเทศเพื่อนำไปสู่การจัดสรรพัฒนาพื้นที่การ เกษตร แหล่งน้ำและระบบชลประทาน
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม
มาตรการที่ 2 ด้านอุตสาหกรรม/ผู้ผลิต
วิธีการ : การควบคุมคุณภาพการผลิตและผลผลิตของไบโอดีเซลและเอทานอล และวิจัย พัฒนาและส่งเสริมการผลิตให้มีประสิทธิภาพและได้ผลผลิตสูง
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์
มาตรการที่ 3 ด้านการใช้และการตลาด
วิธีการ : การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและแก๊ซโซฮอล์ด้วยมาตรการจูงใจด้านราคาและภาษี และมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงพาณิชย์
มาตรการที่ 4 ด้านการพัฒนาบุคลากร
วิธีการ : การส่งเสริมการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้ระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาและประชาชน และพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะ
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงศึกษาธิการ
มาตรการที่ 5 ด้านการวิจัยและพัฒนา
วิธีการ : การวิจัยและพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลและเอทานอลจากพืชทางเลือกอื่น
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรการที่ 6 ด้านการบริหารจัดการแบบบูรณาการ
วิธีการ : การพัฒนาระบบตลาดเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและนำไปสู่การพัฒนากระบวน การผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในทุกขั้นตอน และลดต้นทุนการขนส่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นการส่งวัตถุดิบจนถึงกระจาย ผลิตภัณฑ์ไปยังสถานีบริการเพื่อจัดจำหน่าย
หน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงคมนาคม
จาก นั้นเป็นการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการการทำงาน ระหว่างกระทรวงในยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกัน และในช่วงท้าย ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้ ให้เกียรติกล่าวปิดท้ายในการประชุมครั้งนี้ว่า เนื้อแท้ของการทำ Joint KPIs นั้น เป็นแก้ปัญหาที่เรื้อรังของระบบราชการไทย โดยจะต้องมีการประสานแผนงาน แผนเงิน และแผนคน หรือที่เรียกว่า ระบบการประสานงานแบบบูรณาการ ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควรไปศึกษาเพิ่มเติมถึงการจัดระบบการประสานงานแบบบูรณาการนี้ โดยดูเนื้องานที่มี จากนั้นจึงกำหนดสัดส่วนความมากน้อยในการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ตามแผนงาน และสัดส่วนของงบประมาณในแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบในแผนงานนั้น ๆ จะทำให้ประหยัดงบประมาณและสามารถประสานงานในเป้าหมายร่วมกันได้
สำหรับการประชุมครั้งนี้ทางสำนักงาน ก.พ.ร. และ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนาการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงใน ยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกันต่อไป
|